วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปัญหาเด็กติดเกมส์

การติดเกมส์คือพฤติกรรมที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและเด็กที่มีพฤติกรรมติดเกมส์จนเกิดเป็นปัญหาต่างๆตามมา ดังข่าวต่างๆที่หลายคนเคยเห็น ซึ่งในปัจจุบันก็มีเกมส์ต่างๆมากมายที่พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทั้งเกมส์ออนไลน์ ออฟไลน์ ซึ่งคงยากหากเราจะห้ามเด็กไม่ให้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
นพ. จิตริน ใจดี จิตแพทย์ประจำศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้บอกถึงพฤติกรรมการติดเกมว่า  โดยธรรมชาติของเกมนั้นมักจะออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการของผู้เล่นอยู่แล้ว คือ มักจะให้มีการผ่านด่านเป็นขั้นๆขึ้นไปเรื่อยๆและจะได้รับรางวัลทันทีเมื่อทำภารกิจของเกมสำเร็จ จนทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าสิ่งที่ตนกำลังเล่นอยู่นั้นมีความก้าวหน้าและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในเมื่อความต้องการของตนเองได้รับการตอบสนองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัญหาการติดเกมส์นั้นไม่ได้เป็นได้เฉพาะเด็ก แต่อาจมีผู้ใหญ่บางรายที่มีอาการติดเกมส์ ซึ่งหากกล่าวถึงเด็กติดเกมส์นั้น ส่งผลต่อหลายๆ ด้านโดยเฉพาะด้านการเรียนการสอนเพราะถ้าหากติดเกมส์มากๆ เด็กอาจขาดเรียน หรือบางครั้งเล่นเกมส์ถึงดึก ทำให้ตอนเช้าไม่อยากตื่นมาเรียน เวลาเรียนอาจทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง ส่งผลให้เด็กขาดความรู้ และหากพูดถึงผู้ใหญ่แล้วนั้นก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากยิ่งนักเพราะหากคนที่ติดเกมส์เป็นครูหรือบุคลากรทางการศึกษา เพราะหากเล่นเกมส์ดึกๆแล้วนั้น อาจทำให้ไม่มีเวลาทบทวนตำรา หรือเตรียมการเรียนการสอน และยิ่งไปกว่านั้นคือ อาจทำให้ง่วงนอนจนไม่อยากจะสอนหนังสือเด็ก และส่งผลให้เด็กขากความรู้
1)  ปัญหาที่แท้จริง คือ  การติดเกมส์ส่งผลต่อการเรียนการสอน
2)  สาเหตุของปัญหามีดังต่อไปนี้
- ครอบครัวขาดการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ได้แก่ การมีเวลาปฏิสัมพันธ์กันในด้านดี มีการพูดคุย ปรึกษา ให้คำแนะนำ และมีความสุขร่วมกันทำให้เด็กเกิดความเหงา เบื่อหน่าย จึงต้องหากิจกรรมอื่นทำเพื่อให้รู้สึกสนุก
- พ่อแม่ไม่ตระหนักถึงภัยของเกม
-  พ่อแม่ที่ใช้เกมให้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อให้ตัวเองมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น
-  มีพ่อ แม่ พี่น้อง หรือญาติในบ้านเป็นตัวอย่างในการที่ชอบเล่นเกมหรือติดเกม
-  พ่อแม่ขาดการวางกติการ่วมกันกับเด็ก
-  พ่อแม่ตามใจเด็กมากเกินไป
-  พ่อแม่ที่มักจะบ่น ดุ ว่า แต่ยังขาดการเอาจริงหรือเด็ดขาด
-  พ่อแม่ที่ชอบตำหนิ จับผิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดี และไม่ค่อยให้การชื่นชมลูก ลูกจึงคิดว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับ
3) วิธีการแก้ปัญหาทำได้โดยวิธีใดบ้าง
      - หากเด็กติดเกมแล้วควรสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กหาเวลาที่เด็กและผู้ปกครองมาคุยพร้อมกันโดยไม่แสดงท่าทีดุด่าว่าเด็กว่าไม่รับผิดชอบควรแสดงความรู้สึก
       - เป็นห่วงที่เห็นเด็กเล่นเกมบ่อย แสดงความเห็นใจว่าเด็กไม่สามารถตัดขาดจากเกมได้ ช่วยกันคิดและตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าจะแก้ไขอย่างไร
      - หากในบ้านยังไม่มีกฎกติกาในการเล่นเกม จำเป็นต้องพูดคุยให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดเวลาการเล่นที่ชัดเจนว่าเล่นได้ในวันไหน เมื่อไร  กี่ชั่วโมง
     - แล้วค่อยปรับลดลงจนเหมาะสม ถ้าเด็กทำตามไม่ได้ จะให้พ่อแม่ช่วยเขาอย่างไร
      - เมื่อเด็กควบคุมการเล่นเกมได้ดีขึ้น ควรชมเด็ก และให้กำลังใจต่อไป
      - พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กให้มากขึ้น อาจจะพาไปทำกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและที่เด็กชอบ (ยกเว้นเล่นเกม) ในเวลาว่าง เช่น เล่นดนตรี กีฬา งานศิลปะ
        - ปลูกต้นไม้ เป็นต้น
        - ฝึกให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา รู้จักควบคุมตัวเอง
        - จำกัดเงินไม่ให้เงินเด็กใช้มากเกินไป
        -  ผู้ปกครองควรร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎกติกาเดียวกัน ไม่ปล่อยให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง และที่สำคัญไม่ขัดแย้งกันเอง
       -  ไม่ท้อแท้ต่อปัญหา ต้องอดทนใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง

       สร้างความอบอุ่น ความเข้าใจภายในบ้าน ทำให้บ้านมีความสุข 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น