“การติดเกมส์” คือพฤติกรรมที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง
โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและเด็กที่มีพฤติกรรมติดเกมส์จนเกิดเป็นปัญหาต่างๆตามมา ดังข่าวต่างๆที่หลายคนเคยเห็น
ซึ่งในปัจจุบันก็มีเกมส์ต่างๆมากมายที่พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทั้งเกมส์ออนไลน์
ออฟไลน์ ซึ่งคงยากหากเราจะห้ามเด็กไม่ให้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้
นพ. จิตริน ใจดี จิตแพทย์ประจำศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้บอกถึงพฤติกรรมการติดเกมว่า โดยธรรมชาติของเกมนั้นมักจะออกแบบมาเพื่อสนองความต้องการของผู้เล่นอยู่แล้ว
คือ มักจะให้มีการผ่านด่านเป็นขั้นๆขึ้นไปเรื่อยๆและจะได้รับรางวัลทันทีเมื่อทำภารกิจของเกมสำเร็จ
จนทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าสิ่งที่ตนกำลังเล่นอยู่นั้นมีความก้าวหน้าและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
ในเมื่อความต้องการของตนเองได้รับการตอบสนองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัญหาการติดเกมส์นั้นไม่ได้เป็นได้เฉพาะเด็ก
แต่อาจมีผู้ใหญ่บางรายที่มีอาการติดเกมส์ ซึ่งหากกล่าวถึงเด็กติดเกมส์นั้น ส่งผลต่อหลายๆ
ด้านโดยเฉพาะด้านการเรียนการสอนเพราะถ้าหากติดเกมส์มากๆ เด็กอาจขาดเรียน หรือบางครั้งเล่นเกมส์ถึงดึก
ทำให้ตอนเช้าไม่อยากตื่นมาเรียน เวลาเรียนอาจทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง ส่งผลให้เด็กขาดความรู้
และหากพูดถึงผู้ใหญ่แล้วนั้นก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมากยิ่งนักเพราะหากคนที่ติดเกมส์เป็นครูหรือบุคลากรทางการศึกษา
เพราะหากเล่นเกมส์ดึกๆแล้วนั้น อาจทำให้ไม่มีเวลาทบทวนตำรา หรือเตรียมการเรียนการสอน
และยิ่งไปกว่านั้นคือ อาจทำให้ง่วงนอนจนไม่อยากจะสอนหนังสือเด็ก และส่งผลให้เด็กขากความรู้
1) ปัญหาที่แท้จริง คือ การติดเกมส์ส่งผลต่อการเรียนการสอน
2) สาเหตุของปัญหามีดังต่อไปนี้
- ครอบครัวขาดการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ได้แก่
การมีเวลาปฏิสัมพันธ์กันในด้านดี มีการพูดคุย ปรึกษา ให้คำแนะนำ และมีความสุขร่วมกันทำให้เด็กเกิดความเหงา
เบื่อหน่าย จึงต้องหากิจกรรมอื่นทำเพื่อให้รู้สึกสนุก
- พ่อแม่ไม่ตระหนักถึงภัยของเกม
- พ่อแม่ที่ใช้เกมให้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก
เพื่อให้ตัวเองมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น
- มีพ่อ แม่ พี่น้อง
หรือญาติในบ้านเป็นตัวอย่างในการที่ชอบเล่นเกมหรือติดเกม
- พ่อแม่ขาดการวางกติการ่วมกันกับเด็ก
- พ่อแม่ตามใจเด็กมากเกินไป
- พ่อแม่ที่มักจะบ่น ดุ ว่า
แต่ยังขาดการเอาจริงหรือเด็ดขาด
- พ่อแม่ที่ชอบตำหนิ
จับผิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดี และไม่ค่อยให้การชื่นชมลูก
ลูกจึงคิดว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับ
3) วิธีการแก้ปัญหาทำได้โดยวิธีใดบ้าง
3) วิธีการแก้ปัญหาทำได้โดยวิธีใดบ้าง
- หากเด็กติดเกมแล้วควรสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กหาเวลาที่เด็กและผู้ปกครองมาคุยพร้อมกันโดยไม่แสดงท่าทีดุด่าว่าเด็กว่าไม่รับผิดชอบควรแสดงความรู้สึก
- เป็นห่วงที่เห็นเด็กเล่นเกมบ่อย
แสดงความเห็นใจว่าเด็กไม่สามารถตัดขาดจากเกมได้ ช่วยกันคิดและตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าจะแก้ไขอย่างไร
- หากในบ้านยังไม่มีกฎกติกาในการเล่นเกม
จำเป็นต้องพูดคุยให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดเวลาการเล่นที่ชัดเจนว่าเล่นได้ในวันไหน
เมื่อไร กี่ชั่วโมง
- แล้วค่อยปรับลดลงจนเหมาะสม
ถ้าเด็กทำตามไม่ได้ จะให้พ่อแม่ช่วยเขาอย่างไร
- เมื่อเด็กควบคุมการเล่นเกมได้ดีขึ้น
ควรชมเด็ก และให้กำลังใจต่อไป
- พ่อแม่ควรมีเวลาอยู่กับเด็กให้มากขึ้น
อาจจะพาไปทำกิจกรรมอื่นที่สนุกสนานและที่เด็กชอบ (ยกเว้นเล่นเกม) ในเวลาว่าง เช่น เล่นดนตรี
กีฬา งานศิลปะ
- ปลูกต้นไม้ เป็นต้น
- ฝึกให้เด็กรู้จักแบ่งเวลา รู้จักควบคุมตัวเอง
- จำกัดเงินไม่ให้เงินเด็กใช้มากเกินไป
- ผู้ปกครองควรร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎกติกาเดียวกัน
ไม่ปล่อยให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง และที่สำคัญไม่ขัดแย้งกันเอง
- ไม่ท้อแท้ต่อปัญหา ต้องอดทนใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง
- สร้างความอบอุ่น ความเข้าใจภายในบ้าน
ทำให้บ้านมีความสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น